Download

ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของประเทศ

เดือน ธันวาคม  2563 และปี   2563


 
       ดัชนีราคาส่งออก เดือนธันวาคม 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 0.1 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกัน โดยดัชนีราคาส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 4.2 ได้แก่ ยางพารา เนื่องจากความต้องการใช้เพื่อผลิตถุงมือยางเพิ่มขึ้น ส่วนผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง สูงขึ้นตามความต้องการของตลาดคู่ค้าที่มีอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง การส่งออกไปจีนขยายตัวสูงขึ้นมาก ประกอบกับผลผลิตยังคงออกสู่ตลาดไม่มากนัก หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 3.4 ได้แก่ น้ำตาลทราย เพิ่มขึ้นจากผลผลิตในตลาดโลกที่ลดลง สำหรับอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยงส่วนหนึ่งจากต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะปลาทูน่าปรับตัวสูงขึ้น และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 0.4 ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบตามความต้องการในประเทศสำคัญยังขยายตัว ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 20.7 ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ และก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ยังหดตัว

       ดัชนีราคานำเข้า เดือนธันวาคม 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 0.9 (YoY) ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 11 เดือน หมวดสินค้าที่ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 4.2 ได้แก่ ทองคำ เพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ส่วนราคาเหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์สูงขึ้นตามราคาในประเทศจีนที่ปรับตัวสูงขึ้น หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 1.7 ได้แก่ วัสดุสำนักงาน นมและผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมีความต้องการที่เพิ่มขึ้น หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 1.4 ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากความต้องการใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ตามความต้องการใช้รถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนประกอบอุปกรณ์จักรยานยนต์ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิงเป็นหลัก ลดลงร้อยละ 9.7 ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกยังต่ำกว่าเดียวกันของปีก่อนหน้า ตามเศรษฐกิจโลกที่ยังหดตัว
      
       ดัชนีราคาส่งออก ปี 2564 มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ต้นทุนการขนส่งระหว่างประเทศที่สูงขึ้น 2) สินค้ากลุ่มอาหาร และกลุ่มเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ 3) ราคาน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ประกอบกับฐานที่ต่ำในปี 2563 ทำให้ราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่องปรับตัวสูงขึ้นด้วย 4) สินค้าที่อยู่ในกระแสความต้องการของตลาด โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และการสื่อสาร และ 5) เงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าจะส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกโดยเฉพาะสินค้าเกษตรสูงขึ้น
      
       ดัชนีราคานำเข้า ปี 2564 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) เศรษฐกิจประเทศสำคัญให้กลับมาฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการสินค้ามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง 2) ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นกว่าปี 2563 3) ราคาวัตถุดิบที่สำคัญในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เช่น เหล็ก และถั่วเหลือง เป็นต้น และ 4) ราคาสินค้าคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวสูงขึ้น
      
       อัตราการค้า (Term of Trade) เดือนธันวาคม 2563
      
       อัตราการค้าของไทย ในเดือนธันวาคม 2563 เท่ากับ 107.2 (เดือนพฤศจิกายน 2563 เท่ากับ 109.0) ทั้งนี้ อัตราการค้ายังสูงกว่า 100 แสดงว่า ประเทศไทยยังมีความสามารถทางการแข่งขันที่ดี โดยกลุ่มสินค้าที่ไทยยังมีศักยภาพในการแข่งขัน ได้แก่ เคมีภัณฑ์ ผักและผลไม้กระป๋องและแปรรูป และของปรุงแต่งทำจากผักและผลไม้ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ทำจากข้าวและแป้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า และเม็ดพลาสติก ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ราคานำเข้าสูงกว่าราคาส่งออก ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า นมและผลิตภัณฑ์นม ทองคำ ทองแดงและผลิตภัณฑ์ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ สิ่งทอและเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์พลาสติก และอัญมณีและเครื่องประดับ
      
       ดัชนีราคาส่งออกประจำเดือนธันวาคม ปี 2563
      
       1. ดัชนีราคาส่งออกของประเทศเดือนธันวาคม 2563 เท่ากับ 101.2 (ปีฐาน 2555 = 100) (เดือนพฤศจิกายน 2563 เท่ากับ 100.9) โดยดัชนีราคาส่งออกหมวดสินค้าเกษตรกรรม เท่ากับ 106.7 หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เท่ากับ 110.9 หมวดสินค้าอุตสาหกรรม เท่ากับ 103.0 และหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง เท่ากับ 63.7
      
       2. การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาส่งออกของประเทศเดือนธันวาคม 2563 เมื่อเทียบกับ
      
       2.1 เทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM) สูงขึ้นร้อยละ 0.3 โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       ดัชนีราคาส่งออกปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 5.6 ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันดิบ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศสำคัญของโลก โดยเฉพาะจีน หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 0.3 ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ ตามความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น และเป็นสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีอื่น ๆ ผักกระป๋องและแปรรูป เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มีความต้องการสินค้าอาหารที่เก็บไว้ได้นานเพิ่มขึ้น ขณะที่หมวดสินค้าเกษตรกรรม ลดลงร้อยละ 0.8 ได้แก่ ยางพารา ซึ่งหดตัวสูงถึงร้อยละ 8.8 โดยคาดว่าจะเป็นการปรับตัวลดลงเพียงชั่วคราว เนื่องจากการส่งออกยางพาราและความต้องการใช้ยังมีแนวโน้มขยายตัวสูง
      
       2.2 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนหน้า (YoY) สูงขึ้นร้อยละ 0.1 โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       ดัชนีราคาส่งออก เดือนธันวาคม 2563 สูงขึ้นร้อยละ 0.1 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกัน โดยดัชนีราคาส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 4.2 ได้แก่ ยางพารา เนื่องจากความต้องการใช้เพื่อผลิตถุงมือยางเพิ่มขึ้น และการส่งออกยางพาราขยายตัวสูง ส่วนผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง สูงขึ้นตามความต้องการของตลาดคู่ค้าที่มีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาข้าวเพิ่มขึ้นจากอานิสงส์ของการส่งออกข้าวนึ่งขยายตัวสูงทำให้ราคาข้าวภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นด้วย สำหรับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมีการส่งออกไปจีนขยายตัวสูงมาก ประกอบกับเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลผลิตปี 2563/64 ผลผลิตยังคงออกสู่ตลาดไม่มากนัก หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 3.4 ได้แก่ น้ำตาลทราย เพิ่มขึ้นจากผลผลิตในตลาดโลกที่ลดลง สำหรับอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยงตามความต้องการบริโภคสินค้าอาหารสำเร็จรูปจากทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะปลาทูน่าปรับตัวสูงขึ้น และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 0.4 ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบตามความต้องการในประเทศสำคัญยังขยายตัว และอัญมณีและเครื่องประดับ โดยเฉพาะราคาทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูปที่ราคาสูงกว่าปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก จากความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 20.7 ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ และก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ยังหดตัว
      
       2.3 เฉลี่ย 12 เดือน ม.ค.-ธ.ค. ปี 2563 เทียบกับปี 2562 (AoA) ลดลงร้อยละ 1.0 โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       ดัชนีราคาส่งออกปรับตัวลดลง ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 24.4 ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ และก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 0.6 ได้แก่ ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นผลจากความต้องการสินค้าที่ชะลอตัวตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก เม็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์พลาสติก ลดลงเพราะเป็นสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน ขณะที่หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.7 ได้แก่ ข้าว ไก่ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง และยางพารา ตามความต้องการสินค้าที่มีอย่างต่อเนื่อง และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 2.1 ได้แก่ น้ำตาลทราย อาหารทะเลกระป๋อง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง ตามความต้องการสินค้าในหมวดอาหารที่ขยายตัว เนื่องจากเป็นสินค้าที่ได้ประโยชน์จากที่หลายประเทศมีการดำเนินมาตรการปิดเมืองและการทำงานที่บ้านในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
      
       2.4 ไตรมาสที่ 4 ปี 2563 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) สูงขึ้นร้อยละ 0.1 (ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ลดลงร้อยละ 0.7) โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       หมวดสินค้าที่ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 5.3 ได้แก่ ยางพารา ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ฝ้าย ข้าวและสินค้ากสิกรรมอื่น ๆ ตามความต้องการสินค้าที่มีอย่างต่อเนื่อง หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 3.5 โดยเฉพาะน้ำตาลทราย อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เนื่องจากอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ยังเป็นที่ต้องการของหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่อ้อยได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ตามความต้องการสินค้าจากตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนการนำเข้าปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 22.4 ได้แก่ น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันโลกยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้าซึ่งเป็นผลมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
       2.5 ไตรมาสที่ 4 ปี 2563 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สูงขึ้นร้อยละ 0.5 (ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 สูงขึ้นร้อยละ 1.3) โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       หมวดสินค้าที่ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 2.7 ได้แก่ น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.2 ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง กุ้ง ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง และผักสดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ตามความต้องการสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.9 ได้แก่ น้ำตาลทราย เนื่องจากผลผลิตของประเทศบราซิลลดลง และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นตามราคานำเข้าจากประเทศจีน ส่วนราคาเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ฟื้นตัวตามราคาน้ำมัน
      
       ดัชนีราคานำเข้าประจำเดือนธันวาคม ปี 2563
      
       1. ดัชนีราคานำเข้าของประเทศเดือนธันวาคม 2563 เท่ากับ 94.4 (ปีฐาน 2555 = 100) (เดือนพฤศจิกายน 2563 เท่ากับ 92.6) โดยดัชนีราคานำเข้าหมวดสินค้าเชื้อเพลิง เท่ากับ 63.3 หมวดสินค้าทุน เท่ากับ 106.0 หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เท่ากับ 101.8 หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เท่ากับ 106.0 และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เท่ากับ 97.4
      
       2. การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคานำเข้าของประเทศเดือนธันวาคม 2563 เมื่อเทียบกับ
      
       2.1 เทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM) สูงขึ้นร้อยละ 1.9 โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       หมวดสินค้าที่ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 12.0 ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม และถ่านหิน มีการปรับตัวสูงขึ้น ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 0.6 จากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาส่วนประกอบและอุปกรณ์ ยานยนต์ สะท้อนถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ปรับตัวดีขึ้น และหมวดสินค้าทุนสูงขึ้นร้อยละ 0.4 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะ ราคาสูงขึ้นจากความต้องการของจีนเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ราคาสินค้าในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นด้วย สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปรับตัวสูงขึ้นตามเทคโนโลยีใหม่ ขณะที่หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 0.3 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะ และเคมีภัณฑ์ ตามราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นของประเทศผู้ส่งออกสำคัญของโลกอย่างจีน สำหรับหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 0.3 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ซึ่งเป็นอาหารเสริม วัสดุและอุปกรณ์สำนักงาน เครื่องซักผ้า และเครื่องอัญมณี เป็นต้น
      
       2.2 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนหน้า (YoY) สูงขึ้นร้อยละ 0.9 โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       หมวดสินค้าที่ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 4.2 ได้แก่ ทองคำ เพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัตว์น้ำสดแช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป จากความต้องการอาหารสำเร็จรูปที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ส่วนราคาเหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์สูงขึ้นตามราคาในประเทศจีนที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้านวงจรพิมพ์ ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ เป็นกลุ่มสินค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบทางลบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 1.7 ได้แก่ วัสดุสำนักงาน นมและผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน โดยเฉพาะเครื่องซักผ้ายังมีความต้องการที่เพิ่มขึ้น หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 1.4 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะทำด้วยเหล็กและทองแดง เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากความต้องการใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ตามความต้องการใช้รถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนประกอบอุปกรณ์จักรยานยนต์ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 9.7 ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกยังต่ำกว่าเดียวกันของปีก่อนหน้า ตามเศรษฐกิจโลกที่ยังหดตัว
      
       2.3 เฉลี่ย 12 เดือน (ม.ค.-ธ.ค.) ปี 2563 เทียบกับปี 2562 (AoA) ลดลงร้อยละ 2.0 โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       หมวดสินค้าที่ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวลดลง ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 21.3 ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม และถ่านหิน จากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ขณะที่หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 2.2 ได้แก่ ทองคำ จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ปรับตัวสูงขึ้นในครึ่งหลังของปี 2563 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ด้านวงจรพิมพ์และแผงวงจรไฟฟ้าราคาสูงขึ้นจากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมนี้ หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 1.8 ได้แก่ เครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ซึ่งในปี 2563 มีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เข้าตลาดจำนวนมาก เครื่องประดับอัญมณีตามราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น และอาหารปรุงแต่งสำหรับใช้เลี้ยงทารก เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการเพิ่มขึ้น หมวดสินค้าทุนสูงขึ้นร้อยละ 1.1 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะ และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เนื่องจากความต้องการยังขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง ไม่เปลี่ยนแปลง และราคามีความผันผวนตลอดทั้งปี
      
       2.4 ไตรมาสที่ 4 ปี 2563 เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า (YoY) หดตัวร้อยละ 0.4 (ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ลดลงร้อยละ 3.5) โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       หมวดสินค้าที่ดัชนีราคานำเข้าปรับลดลง ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 15.7 ได้แก่ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม และน้ำมันสำเร็จรูป ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง ลดลงร้อยละ 0.4 โดยเฉพาะส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์ยังค่อยๆ พื้นตัวจากผลกระทบของเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 3.7 ได้แก่สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป ตามความต้องการอาหารทะเลสำเร็จรูปขยายตัวต่อเนื่องส่วนเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ราคาปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใช้ในประเทศจีนเพิ่มขึ้น ขณะที่อุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ราคาปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 1.8 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด และผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ และหมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 1.0 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะตามราคานำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้น ส่วนเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ฯ เป็นสินค้าที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 นอกกจากนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ราคาสูงขึ้นต่อเนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ๆ
       2.5 ไตรมาสที่ 4 ปี 2563 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 (ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ลดลงร้อยละ 1.6) โดยมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
      
       ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า โดยหมวดสินค้าเชื้อเพลิงสูงกว่าหมวดสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม ตามความต้องการบริโภคน้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ มีการผ่อนคลายมากขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 0.9 ได้แก่ เคมีภัณฑ์สูงขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมัน สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็งแปรรูปและกึ่งสำเร็จรูปสูงขึ้นจากความต้องการอาหารทะเลสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น ส่วนสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์สูงขึ้นจากต้นทุนประเทศผู้ส่งออกเพิ่มขึ้น หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 0.8 โดยเฉพาะส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์ค่อย ๆ ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า และรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด โดยเน้นความคุ้มค่า ความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 0.8 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านโดยเฉพาะ เครื่องซักผ้าและอุปกรณ์สื่อสารซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ส่วนผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เช่น วิตามิน ยารักษาโรค ปรับตัวสูงขึ้นจากการให้ความสำคัญด้านการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคเพิ่มขึ้น และหมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 0.6 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ โดยมีปัจจัยบวกจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง
      
       อัตราการค้าประจำเดือนธันวาคม ปี 2563
      
       อัตราการค้าของไทย ในเดือนธันวาคม 2563 เท่ากับ 107.2 (เดือนพฤศจิกายน 2563 เท่ากับ 109.0) ทั้งนี้ อัตราการค้ายังสูงกว่า 100 แสดงว่า ประเทศไทยยังมีความสามารถทางการแข่งขันที่ดี
      
       สินค้าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้ดังนี้
      
       (1) กลุ่มสินค้าที่ไทยมีศักยภาพการแข่งขันด้านการส่งออกที่ดี และราคาส่งออกสูงกว่าราคานำเข้า โดยกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการค้า (term of trade) ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า หรือได้ประโยชน์จากการค้าเพิ่มขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์พลาสติก และผัก ผักกระป๋องและ แปรรูป และของปรุงแต่งทำจากผัก ขณะที่กลุ่มสินค้าซึ่งอัตราการค้าปรับลดลง หรือได้ประโยชน์ลดลงในเดือนนี้ เช่น ผลิตภัณฑ์ทำจากข้าวและแป้ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาสิว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และของปรุงแต่งทำจากผลไม้ และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
      
       (2) กลุ่มสินค้าที่ราคาส่งออกมีการปรับตัวทั้งสูงกว่าหรือต่ำกว่าราคานำเข้าในระหว่างปี 2563 เช่น เม็ดพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ โดยในเดือนธันวาคม 2563 สินค้าในกลุ่มนี้ มีการได้เปรียบในเชิงอัตราการค้าหรือ ราคาส่งออกสูงกว่าราคานำเข้า
      
       (3) กลุ่มสินค้าที่ราคานำเข้าสูงกว่าส่งออกทั้งปี 2563 หรือ ไทยมีความเสียเปรียบในเชิงอัตราการค้า โดยกลุ่มสินค้าที่เสียเปรียบในเชิงอัตราการค้าลดลง ประกอบด้วย ทองคำ อัญมณีและเครื่องประดับ และสิ่งทอและเสื้อผ้า ขณะที่กลุ่มสินค้าที่เสียเปรียบในเชิงอัตราการค้าเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ทองแดงและผลิตภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า นมและผลิตภัณฑ์นม และกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ เป็นต้น
      

*******************************************************

ดัชนีราคาส่งออกของประเทศไทย

เดือน ธันวาคม   ปี 2563

( 2555 = 100 )

(รูปเงินเหรียญสหรัฐ)

หมวด

สัดส่วน
น้ำหนัก
ปี 2555

ดัชนี
อัตราการเปลี่ยนแปลง
ธ.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.62
ม.ค.63-ธ.ค.63
ธ.ค.63/
พ.ย.63
ธ.ค.63/
ธ.ค.62
ม.ค.63-ธ.ค.63/
ม.ค.62-ธ.ค.62
 รวมทุกรายการ
100.00    
101.2
100.9
101.1
100.2
  0.3
  0.1
-1.0
 1. สินค้าเกษตรกรรม
10.32    
106.7
107.6
102.4
104.1
 -0.8
  4.2
  2.7
        1.1 สินค้ากสิกรรม
7.97    
100.3
101.3
95.4
97.3
-1.0
  5.1
  2.7
        1.2 สินค้าประมง
1.23    
117.1
117.6
118.7
115.7
 -0.4
-1.3
-3.9
        1.3 ปศุสัตว์
1.12    
138.6
138.5
134.1
137.5
  0.1
  3.4
  5.9
 2. สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร
7.91    
110.9
110.7
107.3
109.2
  0.2
  3.4
  2.1
        2.1 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป
2.28    
128.0
127.8
123.8
126.4
  0.2
  3.4
  2.8
        2.2 น้ำตาลทรายและกากน้ำตาล
1.76    
97.3
97.6
85.7
92.7
 -0.3
13.5
  7.3
        2.3 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป
.67    
122.0
122.0
120.7
121.5
  0.0
  1.1
  2.4
        2.4 ผักกระป๋องและแปรรูป
.15    
112.0
111.6
111.6
111.0
  0.4
  0.4
  1.1
 3. สินค้าอุตสาหกรรม
75.09    
103.0
102.7
102.6
102.3
  0.3
  0.4
 -0.6
        3.1 สิ่งทอ
3.15    
105.4
105.1
106.2
105.5
  0.3
 -0.8
-1.4
        3.2 อัญมณีและเครื่องประดับ
5.75    
100.5
100.7
96.2
99.2
 -0.2
  4.5
  5.9
        3.3 เครื่องใช้ไฟฟ้า
9.93    
106.3
105.8
107.1
105.8
  0.5
 -0.7
 -0.8
        3.4 เครื่องอิเลคทรอนิกส์
13.94    
105.7
105.3
102.9
105.0
  0.4
  2.7
  1.3
        3.7 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
3.07    
105.6
105.3
104.4
103.9
  0.3
  1.1
-1.1
        3.10 เม็ดพลาสติก
3.72    
94.8
93.8
95.8
91.9
  1.1
-1.0
-6.6
        3.11 ผลิตภัณฑ์พลาสติก
1.45    
103.6
102.3
108.1
103.7
  1.3
-4.2
-3.5
        3.12 เคมีภัณฑ์
3.71    
106.9
106.3
106.2
105.3
  0.6
  0.7
 -0.5
        3.17 ผลิตภัณฑ์ยาง
3.66    
97.9
97.6
97.5
97.7
  0.3
  0.4
-1.2
        3.21 ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
12.49    
101.1
101.2
103.0
101.3
 -0.1
-1.8
-3.1
 4. สินค้าแร่และเชื้อเพลิง
6.68    
63.7
60.3
80.3
59.8
  5.6
-20.7
-24.4
        4.3 ก๊าซปิโตรเลียมเหลว
.00    
62.3
61.4
71.3
59.5
  1.5
-12.6
-11.6
        4.11 น้ำมันดิบ
.72    
27.3
23.9
44.5
24.8
14.2
-38.7
-43.5
        4.12 น้ำมันสำเร็จรูป
5.62    
63.8
60.6
81.2
59.8
  5.3
-21.4
-25.3

 

ดัชนีราคานำเข้าของประเทศไทย

เดือน ธันวาคม   ปี 2563

( 2555 = 100 )

(รูปเงินเหรียญสหรัฐ)

 สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพาณิชย์ โทร. 0 2507 5802 โทรสาร. 0 2507 5825

หมวด

สัดส่วน
น้ำหนัก
ปี 2555

ดัชนี
อัตราการเปลี่ยนแปลง
ธ.ค.63
พ.ย.63
ธ.ค.62
ม.ค.63-ธ.ค.63
ธ.ค.63/
พ.ย.63
ธ.ค.63/
ธ.ค.62
ม.ค.63-ธ.ค.63/
ม.ค.62-ธ.ค.62
 รวมทุกรายการ
100.00    
94.4
92.6
93.6
91.3
  1.9
  0.9
-2.0
 1. สินค้าเชื้อเพลิง
19.36    
63.3
56.5
70.1
54.9
12.0
-9.7
-21.3
        1.1 น้ำมันดิบ
14.50    
58.2
50.4
69.7
49.1
15.5
-16.5
-29.4
        1.2 น้ำมันสำเร็จรูป
1.39    
92.2
80.8
91.9
75.5
14.1
  0.3
-14.9
        1.3 ก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม
2.32    
56.8
54.3
59.0
54.9
  4.6
-3.7
-11.2
 2. สินค้าทุน
28.37    
106.0
105.6
104.5
104.9
  0.4
  1.4
  1.1
        2.2 ผลิตภัณฑ์โลหะ
1.81    
108.5
106.9
102.9
104.1
  1.5
  5.4
  2.1
        2.4 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
10.59    
104.7
104.6
105.3
104.6
  0.1
 -0.6
 -0.4
        2.5 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ
6.88    
104.6
104.4
103.6
104.1
  0.2
  1.0
  1.7
        2.6 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
3.98    
106.5
105.6
102.6
103.9
  0.9
  3.8
  1.7
        2.7 เครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ ก
1.90    
111.6
110.7
107.6
110.0
  0.8
  3.7
  4.1
 3. สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป
37.22    
101.8
101.5
97.7
99.6
  0.3
  4.2
  2.2
        3.1 สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จ
1.13    
129.1
129.0
123.3
126.7
  0.1
  4.7
  0.9
        3.2 พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช
2.75    
100.8
100.5
98.7
99.6
  0.3
  2.1
 -0.7
        3.9 เคมีภัณฑ์
5.98    
92.8
92.0
89.8
90.5
  0.9
  3.3
  0.3
        3.10 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก
1.47    
101.9
101.7
100.6
101.1
  0.2
  1.3
  0.6
        3.11 เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ
5.26    
112.5
113.0
97.4
108.6
 -0.4
15.5
15.8
        3.13 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
6.14    
92.9
92.4
89.1
90.7
  0.5
  4.3
  1.8
        3.14 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์
3.29    
101.6
100.9
98.5
99.0
  0.7
  3.1
 -0.6
        3.18 ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์
1.37    
68.6
68.4
72.9
68.1
  0.3
-5.9
-11.7
        3.24 อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอ
5.14    
112.0
111.5
109.0
109.8
  0.4
  2.8
  1.2
 4. สินค้าอุปโภคบริโภค
8.64    
106.0
105.7
104.2
104.8
  0.3
  1.7
  1.8
        4.2 นมและผลิตภัณฑ์นม
.24    
108.7
107.5
104.1
105.9
  1.1
  4.4
  1.1
        4.13 เสื้อผ้า รองเท้า และผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ
.47    
108.5
108.6
108.0
107.8
 -0.1
  0.5
  0.1
        4.14 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม
1.17    
98.3
97.9
99.1
97.9
  0.4
 -0.8
  0.0
        4.16 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด
.58    
104.6
104.1
102.9
103.1
  0.5
  1.7
  0.8
        4.23 เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
2.79    
106.8
107.2
103.4
105.5
 -0.4
  3.3
  3.0
 5. ยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง
6.40    
97.4
96.8
97.2
95.9
  0.6
  0.2
  0.0
        5.2 รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก
.38    
107.6
106.2
106.9
106.7
  1.3
  0.7
  0.5
        5.4 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ ยานยนต์
5.10    
94.6
94.0
94.7
93.0
  0.6
 -0.1
 -0.3